ใหม่!หวานกว่า ข้าวโพดม่วงซูพรีม1565
รสชาติหวาน ต้นแข็งแรง ทนโรค ฝักใหญ่
เมล็ดติดเต็มปลายฝัก
อายุเก็บเกี่ยว 60-65 วัน หลังยอดเมล็ด
Thursday, November 19, 2015
Sunday, November 2, 2014
การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์
การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์
วิธีการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์เป็นการคงสภาพความมีชีวิต ของเมล็ดพันธุ์ให้อยู่ได้นานที่สุด ซึ่งมีอยู่หลายแบบ
แบบเปิด (open storage)
เป็นวิธีการที่ไม่สามารถควบคุมความชื้น และอุณหภูมิของบริเวณที่เก็บเมล็ดพันธุ์ได้ ความมีชีวิตของเมล็ดจึงผันแปรไป ตามสภาพอากาศ ถ้าเมล็ดอยู่ในสภาพที่มีความชื้นสูง จะทำให้ความชื้นในเมล็ด สูงขึ้นด้วย เรียกคุณสมบัตินี้ว่า hygroscopic
แบบควบคุมความชื้นในเมล็ดแล้วเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เช่น ซองพลาสติก กระป๋อง ถุงกระดาษฉาบอะลูมิเนียม เพื่อป้องกัน ไม่ให้ความชื้นในอากาศเข้าไปในเมล็ดได้อาหารสำหรับพืช (ชุดคู่)
สั่งซื้อง่าย สะดวก ปลอดภัย ฟรีค่าจัดส่ง
หนึ่งชุดผสมนำ้ได้ 400 ลิตร หรือถัง200 ลิตรได้สองถัง ถ้าใช้ถังเดียวก็อย่างละครึ่งขวด
ในหนึ่งชุดมีสองขวด ใช้รวมกับยาฆ่าหนอนหรือยากำจัดเชื้อราก็ได้ ถัง 200 ลิตร
พื้นที่ฉีดได้ประมาณ หนึ่งไร่
Thursday, May 22, 2014
การปลูกข้าวโพดหวาน(สองสี)
ฤดูการ ปลูกได้้ตลอดทั้งปี
การเตรียมดิน ไถตะตากดินไว้ประมาณ 7-10 วันแล้วไถแปรดพื่อย่อยดินให้แตกละเอียดเหมาะกับการงอกของเมล็ด
การปลูก แบบแถวเดียว
ใช้ระยะระหว่างแถว 75เซนติเมตร ระหว่างต้น 30 เซนติเมตร ปลูกหลุมละ 1-2 เมล็ด
แบบแถวคู่
ชัก ร่องกว้าง 120 เซนติเมตร ปลูกข้างสันร่องทั้งสองข้าง ระยะระหว่างต้น 30 เซนติเมตร ปลูก 1-2 เมล็ด แล้วถอนแยกเมื่ออายุ 12-15 วัน ให้เหลือ 1 ต้น ต่อหลุม จำนวน 7000-7200 ต้นต่อไร่
การใส่ปุ๋ย
ครั้งแรก ใส่ปุ๋ยรองพื้น สุตร 15-15-15 หรือ 16-11-14 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่
ครั้งที่สอง ข้าวโพดอายุ 25-30 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 46-0-0 อัตรา 25-30 กิโลกรัมต่อไร่
ครั้งที่สาม ข้าวโพดอายุ 40-45 วัน ใส่ปุ๋ย สูตร 46-0-0 อัตรา 25-30 กิโลกรัมต่อไร่
โดยห่างจากโค่นต้น 10-15 เซนติเมตร
อัตราการใช้เมล็ด ใช้เมล็ดพันธุ์ 1-1.5กิโลกรัมต่อไร่ ยอดหลุมละ 1- 2 เมล็ด
การให้น้ำ ควรให้น้ำสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงออกดอก หากขาดน้ำจะมีผลต่อการติดเมล็ด
สั่งซื้อง่าย สะดวก ปลอดภัย ฟรีค่าจัดส่ง
Wednesday, October 2, 2013
ข้อมูลการปลูกพริก
พริกหยวกมณีกาญจน์,พริกขี้หนูซุปเปอร์ฮอท,เพรชดำ,พริกหนุ่มหยกขาว 31,พริกหนุ่มสะบันงาพริกหนุ่มเขียวจอมทอง,ตราศรแดง,พริกขี้หนูสวนตราสิงโต,พริกหนุ่มเขียวตราเจียไต๋,พริกแม่ปิงตราดอกแตง,พริกหนุ่มยำขาว12ตราโอเค)
การเตรียมดินแปลงปลูก
พริก สามารถปลูกได้ดีในดินเกือบทุกชนิด แต่ควรเป็นดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีการระบายน้ำดี ควรไถดินตากไว้ 7-10 วัน ควรใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก อัตรา 3-4 ตัน/ไร่ ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 และควรใส่ปูนขาวหรือปูนมาร์ล เพื่อลดความเป็นกรดของดิน
การเพาะกล้า
ควร เพาะเมล็ดเป็นต้นกล้าในกระบะเพาะก่อน โดยห่อเมล็ดในถุงผ้า และแช่น้ำไว้ 1 คืนหรือแช่สารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น เบนเลท จากนั้นนำไปล้างผ่านน้ำไหลอย่างน้อย 30 นาที เก็บถุงผ้าไว้ในที่ร่มและชื้นอีก 2-3 วัน เมื่อเมล็ดงอกตุ่มรากสีขาวเล็กๆแล้วจึงนำไปเพาะ ใช้เมล็ด 50 กรัม/ไร่ ผลผลิต 6-7 ตัน/ไร่
การปลูก
ควรปลูกให้มีระยะห่างระหว่างต้น 50 ซม. ระหว่างแถว 70 ซม. ปลูกเป็นแถว ในเขตชลประทานควรยกแปลงให้ให้มีขนาดกว้าง 1 เมตร ยาวประมาณ 20 เมตร มีร่องทางเดินกว้าง 1 เมตร ร่องน้ำกว้าง 50 ซม.
การใส่ปุ๋ย
ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 พร้อมกับการเตรียมหลุมปลูกในอัตรา 20 กิโลกรัม/ไร่เมื่อต้นกล้าตั้งตัวหลังย้ายปลูกแล้ว ใส่ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) อัตรา 25 กก./ไร่หลังปลูก 30 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 25 กก./ไร่และใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 อัตรา 50กก./ไร่ เมื่อเริ่มติดผลอ่อนหรืออายุ 60 วัน หลังย้ายกล้า
การป้องกันกำจัดแมลง
ควร ใช้สารป้องกันกำจัดเชื้อราคลุกเมล็ดก่อนปลูก เมื่อพบโรคระบาดให้ฉีดพ่นด้วยสาร เบนเลท หรือ ไดโฟลาแทน แมลงศัตรูที่สำคัญคือ เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน ฉีดพ่นป้องกันกำจัดทุกๆ 7 วัน ด้วยสาร แลนแนท โตกุไธออน หรือ สารสกัดจากเมล็ดสะเดา ส่วนไรขาวให้ฉีดพ่นด้วยกำมะถันผง ในการฉีดพ่นสารเคมีทุกครั้งควรเสริมปุ๋ยทางใบด้วย
การเก็บเกี่ยว
อายุเก็บเกี่ยวพริกช่อ ประมาฯ 90-105 วัน หลังย้ายกล้า สามารถเก็บผลผลิตได้มากกว่า 10 ครั้ง
การเตรียมดินแปลงปลูก
พริก สามารถปลูกได้ดีในดินเกือบทุกชนิด แต่ควรเป็นดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีการระบายน้ำดี ควรไถดินตากไว้ 7-10 วัน ควรใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก อัตรา 3-4 ตัน/ไร่ ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 และควรใส่ปูนขาวหรือปูนมาร์ล เพื่อลดความเป็นกรดของดิน
การเพาะกล้า
ควร เพาะเมล็ดเป็นต้นกล้าในกระบะเพาะก่อน โดยห่อเมล็ดในถุงผ้า และแช่น้ำไว้ 1 คืนหรือแช่สารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น เบนเลท จากนั้นนำไปล้างผ่านน้ำไหลอย่างน้อย 30 นาที เก็บถุงผ้าไว้ในที่ร่มและชื้นอีก 2-3 วัน เมื่อเมล็ดงอกตุ่มรากสีขาวเล็กๆแล้วจึงนำไปเพาะ ใช้เมล็ด 50 กรัม/ไร่ ผลผลิต 6-7 ตัน/ไร่
การปลูก
ควรปลูกให้มีระยะห่างระหว่างต้น 50 ซม. ระหว่างแถว 70 ซม. ปลูกเป็นแถว ในเขตชลประทานควรยกแปลงให้ให้มีขนาดกว้าง 1 เมตร ยาวประมาณ 20 เมตร มีร่องทางเดินกว้าง 1 เมตร ร่องน้ำกว้าง 50 ซม.
การใส่ปุ๋ย
ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 พร้อมกับการเตรียมหลุมปลูกในอัตรา 20 กิโลกรัม/ไร่เมื่อต้นกล้าตั้งตัวหลังย้ายปลูกแล้ว ใส่ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) อัตรา 25 กก./ไร่หลังปลูก 30 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 25 กก./ไร่และใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 อัตรา 50กก./ไร่ เมื่อเริ่มติดผลอ่อนหรืออายุ 60 วัน หลังย้ายกล้า
การป้องกันกำจัดแมลง
ควร ใช้สารป้องกันกำจัดเชื้อราคลุกเมล็ดก่อนปลูก เมื่อพบโรคระบาดให้ฉีดพ่นด้วยสาร เบนเลท หรือ ไดโฟลาแทน แมลงศัตรูที่สำคัญคือ เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน ฉีดพ่นป้องกันกำจัดทุกๆ 7 วัน ด้วยสาร แลนแนท โตกุไธออน หรือ สารสกัดจากเมล็ดสะเดา ส่วนไรขาวให้ฉีดพ่นด้วยกำมะถันผง ในการฉีดพ่นสารเคมีทุกครั้งควรเสริมปุ๋ยทางใบด้วย
การเก็บเกี่ยว
อายุเก็บเกี่ยวพริกช่อ ประมาฯ 90-105 วัน หลังย้ายกล้า สามารถเก็บผลผลิตได้มากกว่า 10 ครั้ง
Tuesday, September 17, 2013
การเลือกเมล็ดพันธุ์
วิิธีเลือกซื้อเมล็ดพันธุ์
ลักษณะของเมล็ดพันธุ์ที่ดี
สะอาดปราศจากสิ่งเจือปนต่าง ๆ เช่น ฝุ่นละออง กรวด ทราย เศษผัก หรือเมล็ดพืชอื่น
1. ตรวจดูความผิดพลาดที่เกิดจากบรรจุภัณฑ์ ตรวจสอบวันที่ซื้อ
2. สภาพดิน อากาศ และวิธีการปลูกวิธีการปลูกมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต
3. รีบทำการเพาะปลูก เพื่อป้องกันผลกระทบเปอร์เซนต์การงอก
4. ตรวจสอบเปอร์เซนต์การงอกได้ที่ฉลากบรรจุภัณฑ์
5. เมล็ดพันธุ์ที่เหลือให้เก็บไว้ในอุณหภูมิต่ำ หรือในตู้เย็น
การทดสอบความงอกของเมล็ดผัก
ก่อนการปลูกพืชผักแต่ละครั้งควรทดสอบความงอกของเมล็ดพันธุ์พืชผักด้วยวิธีง่าย ๆ เพื่อให้ทราบถึงปริมาณความงอกของเมล็ดพันธุนั้น ๆ และหากได้ทดสอบเมล็ดพันธุ์ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อมาปลูกได้ก็จะทำให้มีการตัดสินใจเลือกซื้อได้ตรงตามความต้องการมากขึ้น
วิธีตรวจสอบเมล็ดพันธุ์ได้เองแบบง่าย คือ
1.เอาเมล็ดพันธุผักใส่ภาชนะ จะเป็นแก้วน้ำ ขันน้ำ หรือจานก็ได้ แล้วใส่นํ้าลงไป เมล็ดที่เสียจะลอยนํ้า ส่วนเมล็ดที่ดีจะจมนํ้า หากสังเกตเห็นว่ามีเมล็ดที่ลอยน้ำมากแสดงว่ามีเมล็ดเสียมากไม่ควรซื้อมาปลูก
2.ใช้กระดาษฟางหรือกระดาษซับตัดให้พอดีกับจาน วางไว้ก้นจาน ใส่นํ้าพอชุ่มนับเมล็ดใส่ลงไป 100 เมล็ด แล้วเอากระดาษฟางหรือกระดาษซับปิดไว้อีกที เทนํ้าใส่ให้ชุ่มภายในเวลา 1 -3 วัน เมล็ดจะงอก นับเมล็ดที่งอกดู ถ้าเมล็ดงอก 70-80 % ก็นับว่าอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ ถ้าเมล็ดงอก 90 % ขึ้นไปใช้ได้ดี แต่ถ้าต่ำกว่า 60 % ลงมาไม่ควรจะซื้อหามาปลูก
3.เอาทรายใส่ในจานสังกะสีให้เต็มก้นจานนับเมล็ดผักใส่ลงไป 100 เมล็ด หยอดน้ำพอให้ชุ่ม เอาจานอีกใบครอบไว้ หยอดน้ำให้ชุ่มทุกวัน ภายใน 3 วัน เมล็ดจะงอกนับดูเหมือนวิธีที่ 2
ข้อควรระวัง
1.ควรรดนํ้าให้ชุ่มอยู่เสมอ และต้องวางไว้ในที่ปลอดภัย อากาศถ่ายเทได้ดี เมล็ดที่ทดลองความงอกควรจะเป็นตัวแทนของเมล็ดทั้งหมด ไม่ควรเลือกเมล็ดเอา มาทดลอง เพราะจะทำให้ได้ผลการทดลองไม่ตรงตามความเป็นจริง
2.เมล็ดที่ทดลองความงอกได้ดี แต่เมื่อนำไปปลูกในแปลงปลูกจริงแล้ว เมล็ดกลับไม่ค่อยงอกนั้นอาจจะเป็นเพราะสภาพดินไม่เหมาะสม ในดินที่มีความเป็น กรด-ด่างมากเกินไป ดินขาดธาตุอาหารและความชุ่มชื้นไม่เพียงพอ เกษตรกรจะต้องพิจารณาและแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าว
ปลาวาฬราตรี
Monday, September 16, 2013
สั่งซื้อเมล็ดพันธุ์ได้แล้ววันนี้ ที่นี่
นนทบุรี
สั่งซื้อง่าย สะดวก ปลอดภัย ฟรีค่าจัดส่ง
*ร้านขายเมล็ดพันธุ์ ทั้งค้าปลีกและส่ง
*ศูนย์จำหน่ายเมล็ดพันธุ์
*เมล็ดพันธุ์,จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ผัก,ขายเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด,เมล็ดพันธุ์ทุกชนิด
ของตัวแทนจำหน่ายศรแดง,เจียไ,แปซิฟิค,โอเค
Subscribe to:
Comments (Atom)






